"ขุนค้อน" ของกุนซือ เดวิด มอยส์ โชว์ฟอร์มโหดหลังเปิดบ้านเฉือน ลิเวอร์พูล 3-2 เฮในลีก 4 เกมรวดหยุดสถิติไร้พ่ายของ "หงส์แดง" ไว้ที่ 25 นัดเก็บเพิ่มเป็น 23 คะแนนแซงขึ้นอันดับ 3 โดยมีแต้มเท่า แมนซิตี้ ขยับจี้จ่าฝูง เชลซี 3 คะแนน ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สนาม : ลอนดอน สเตเดี้ยม เวสต์แฮม ของกุนซือ เดวิด มอยส์ ไร้พ่ายมา 6 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการหลังออกไปเสมอกับ เกงค์ 2-2 ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช นัดล่าสุด ส่วนเกมลีกนัดล่าสุดบุกไปถล่มเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 4-1 ทำให้เจ้าบ้านเก็บได้ 20 แต้มจากการลงสนามไปแล้ว 10 เกมในฤดูกาลนี้ ทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ พาทีม ลิเวอร์พูล คว้าชัยได้ถึง 5 จาก 6 เกมหลังสุดรวมทุกรายการหลังเปิดบ้านเชือด แอต.มาดริด 2-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดล่าสุด ส่วนเกมลีกนัดล่าสุดเสมอกับ ไบรท์ตัน 2-2 ทำให้ทีมเยือนเก็บได้ 22 แต้มจากการลงสนามไปแล้ว 10 เกมในฤดูกาลนี้ เปิดฉากครึ่งแรก 4 นาที "ขุนค้อน" ทะยานออกนำ 1-0 จากลูกเตะมุมทางซ้าย ปาโบล ฟอร์นาลส์ ปั่นบอลโค้งเข้ากรอบ 6 หลาแฉลบมือ อลิสซง เบ็คเกอร์ ที่ออกมาชนกับ อันเจโล่ อ็อกบอนน่า พุ่งซุกก้นตายข่าย จากจังหวะนี้ เคร็ก พอว์สัน รอเช็ค วีเออาร์ อยู่นานเนื่องจากผู้เล่น ลิเวอร์พูล มองว่า อันเจโล่ อ็อกบอนน่า ไปทำฟาว์ล อลีสซง เบ็คเกอร์ สุดท้ายยืนยันให้เป็นสกอร์ของ เวสต์แฮม นาทีที่ 6 เจ้าถิ่น หวิดงานเข้าเป็น แอรอน เครสส์เวลล์ ไปเปิดปุ่มอันตรายใส่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน โชคดีที่ วีเออาร์ ไม่ส่งสัญญานให้ เคร็ก พอว์สัน ออกไปเช็คว่ามีน้ำหนักพอเป็นใบแดงหรือไม่ 30 นาทีผ่านแม้เป็น "หงส์แดง" ที่ครองบอลมากกว่าแต่จังหวะลุ้นทำประตูน้อย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สอดมารับบอลทางขวาก่อนตักเข้าเขตโทษถึง ดีโอโก้ โชต้า โขกเหินข้ามคานออกหลัง 5 นาทีต่อมาจากบอลทางซ้ายของ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ตักบอลเข้าเขตโทษติดหัวแนวรับ เวสต์แฮม โขกสกัดมาเข้าทาง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หวดสวนด้วยขวาปลิ้นหลังเท้าออกไปไกล แต่แล้วนาทีที่ 41 "หงส์แดง" ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากฟรีคิกระยะอันตรายหน้าเขตโทษ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เล่นสูตรเขี่ยเปลี่ยนจุดให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหยียบก่อนวิ่งมาปั่นด้วยขวาโค้งเสียบใต้คานงามหยด หมดครึ่งเวลาแรก เวสต์แฮม 1 ลิเวอร์พูล 1 นาทีที่ 50 จากลูกเตะมุมทางซ้าย ปาโบล ฟอร์นาลส์ ปั่นบอลเข้ากรอบ 6 หลามาตกใส่หัว เคร็ก ดอว์สัน ขึ้นดีกว่าแนวรับ ลิเวอร์พูล แต่จังหวะโขกกดไม่ลงเช็ดคานหลุดออกหลังนิดเดียว นาทีต่อมา "หงส์แดง" ตอบโต้ทันควัน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทิ้งบอลออกซ้ายให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน สอดเข้าเขตโทษตบย้อนเข้าในถึง ซาดิโอ มาเน่ ชาร์จด้วยขวาเสียดายไปตรงตัว ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ต่อมานาทีที่ 60 จากจังหวะทางซ้ายของ ซาดิโอ มาเน่ แหวกเข้าเขตโทษก่อนหักข้อย้อนมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ วิ่งมาซัดตามน้ำยัดมุมแคบหลุดเสาแรกออกไปเหมือนเดิม นาทีที่ 67 เวสต์แฮม ขยับออกนำเป็น 2-1 จากจังหวะสวนกลับ จาร์ร็อด โบเว่น พาบอลกระชากแหวกขึ้นมาจากครึ่งสนามได้ช่องดีดแทงช่องให้ ปาโบล ฟอร์นาลส์ หลุดกับดักล้ำหน้าสอดมาซัดด้วยซ้ายติดปลายมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ แต่ยังดีพอเป็นประตู ไม่หนำใจนาทีที่ 75 เจ้าถิ่น ทิ้งห่างเป็น 3-1 จากลูกเตะมุมทางขวา จาร์ร็อด โบเว่น ปั่นบอลโค้งลึกมาเสาไกลถึง เคิร์ต ซูม่า ขยับมาโขกแบบไร้ตัวประกบแสกหน้า อลีสซง เบ็คเกอร์ ตุงตาข่าย นาทีที่ 83 ลิเวอร์พูล ไล่มาเป็น 3-2 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สอดมารับบอลในเขตโทษโดน เคิร์ต ซูม่า ตามมาปั๊มเด้งไปเข้าทาง ดิว็อค โอริกี้ กระดกด้วยขวาก่อนหมุนตัวตวัดด้วยซ้ายเสียบหน้าต่างเสาไกลงามหยด ช่วงทดเจ็บ "หงส์แดง" พลาดโอกาสทอง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หยอดฟรีคิกไปเสาไกลถึง ซาดิโอ มาเน่ ขยับหนีตัวประกบทิ้งตัวโขกกระดอนพื้นผ่านหน้าประตูหลุดเสาไกลเหลือเชื่อ หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม เวสต์แฮม 3 ลิเวอร์พูล 2