ลิเวอร์พูล ยังคงมีความหวังในการไล่ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ แม้ว่าพวกเขาจะตามหลัง "เรือใบสีฟ้า" อยู่ 9 คะแนนก็ตาม แต่อย่างน้อยๆ ก็มีเกมอยู่ในมือ 1 แมตช์ ปัจจุบัน "หงส์แดง" รั้งอันดับ 2 มี 54 คะแนน ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ มีอยู่ 63 แต้ม แต่อย่างที่เกริ่นเอาไว้ว่า ลิเวอร์พูล แข่งน้อยกว่า 1 แมตช์เนื่องจากเกมระหว่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ช่วงบ็อกซิ่ง เดย์ ถูกเลื่อนออกไปจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่ เชลซี ตอนนี้ดูเหมือนความหวังในการลุ้นแชมป์ลีกค่อนข้างจะเลือนลางเพราะตามหลัง แมนฯ ซิตี้ ถึง 16 คะแนนแม้แข่งน้อยกว่า 1 แมตช์ก็ตามแต่ความห่างค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว สำหรับในตอนนี้ลองมาเช็ก 6 แมตช์ต่อจากนี้ระหว่างทั้ง 3 สโมสรว่าทีมไหนมีโปรแกรมที่ง่ายหรือยากมากกว่ากัน และมีโอกาสไหมที่ ลิเวอร์พูล จะโกยแต้มเพื่อไล่บี้หายใจรดต้นคอทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ลิเวอร์พูล 19 ก.พ. : นอริช ซิตี้ (เหย้า) 23 ก.พ. : ลีดส์ ยูไนเต็ด (เหย้า) 5 มี.ค. : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (เหย้า) 12 มี.ค. : ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน (เยือน) 20 มี.ค. : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เหย้า) 2 เม.ย. : วัตฟอร์ด (เหย้า) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 19 ก.พ. : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (เยือน) 26 ก.พ. : เอฟเวอร์ตัน (เยือน) 6 มี.ค. : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เหย้า) 14 มี.ค. : คริสตัล พาเลซ (เยือน) 19 มี.ค. : ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน (เหย้า) 2 เม.ย. : เบิร์นลี่ย์ (เยือน) เชลซี 19 ก.พ. : คริสตัล พาเลซ (เยือน) 5 มี.ค. : เบิร์นลี่ย์ (เยือน) 13 มี.ค. : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (เหย้า) 19 มี.ค. : นอริช ซิตี้ (เยือน) 2 เม.ย. : เบรนท์ฟอร์ด (เหย้า) 9 เม.ย. : เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน)