"ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ความเก่งกาจกลับคืนชีพ หลังทั้ง "บรูโน่-แรชฟอร์ด" ช่วยสร้างสรรค์เกมรุก แถม อาหมัด ดิยัลโล่ ได้โอกาสลงสำรองประเดิมทีมชุดใหญ่ เกมถล่ม เรอัล โซเซียดาด ทีมแกร่งลีกกระทิง 4-0 ตุนประตูทีมเยือนไว้ก่อนมีคิวเล่นเกมสองวันที่ 25 กุมภาพันธ์ต่อไป ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สนาม : อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง) ศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา "ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ผลงานเกมลีกล่าสุดพลาดเสมอ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ปรับผู้เล่นบางตำแหน่ง ขาดทั้ง "คาวานี่-ป็อกบา" ที่บาดเจ็บทั้งคู่ แนวรุกใส่ "บรูโน่-แรชฟอร์ด" ยืนยิง เรอัล โซเซียดาด ที่เริ่มคงที่หลังซิวชัยในลีกสองเกมติด อิมาโนล อัลกัวซิล ขนสตาร์อย่าง "ซิลบา-ยานาไซ" โดยรายหลังลงดวลทีมเก่า ลุ้นกุมชัยนัดแรกให้ได้ เกมนี้เตะกันที่สนามกลางเนื่องจากปัญหาการระบาดโควิด-19ของสหราชอาณาจักร ผีแดงหวิดแย่นาทีที่ 2 เอริค ไบยี่ จับบอลคืนหลังไม่ดี ถูก อเล็กซานเดอร์ อิซัค ฉกไปไหลออกมาทางขวาในเขตโทษไปที่ อัดนาน ยานาไซ ปั่นโค้งบอลออกข้างเสาด้านซ้ายเพียงนิดเดียว จังหวะถัดมานาทีที่ 3 มาร์คัส แรชฟอร์ด สปีดมารับบอลโยนโด่ง ก่อนสลัดผู้เล่นโซเซียดาดหลุดเข้าเขตโทษไปซัดติดตัวนายทวารคู่แข่งที่ออกมาบล็อกเร็ว